บิ๊กอสังหาชี้ไทยเซฟโซน ดึงต่างชาติซื้อบ้านหลัง2
วันที่ : 4 มีนาคม 2569
บิ๊กอสังหา ลั่นตลาดอสังหาไทยเข้าข่ายประเทศปลอดภัย เป็นกลางทางการเมือง เตรียมดึงเงินทุนและกำลังซื้อต่างชาติ ชี้อาหารอุดมสมบูรณ์ ธรรมชาติครบ รองรับการพำนักระยะยาว ทำเลเด่นอย่างเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง ถูกจับตาเป็น ฐานพัฒนาโครงการคุณภาพสูงทั้งแนวราบ คอนโด และวิลล่าระดับบน
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ประเมินทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนและกำลังซื้อชาวต่างชาติ ภายใต้บริบทความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก เนื่องจากประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศปลอดภัย (Safe Zone) ด้วยจุดยืนเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ประชากรเป็นมิตร พร้อมความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารและทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งทะเลและภูเขาเหมาะต่อการพำนักระยะยาว
"แรงหนุนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จะยังเป็นธีมสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะกลาง โดยเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจหลักจะได้อานิสงส์ชัดเจน สะท้อนโอกาสในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ลูกค้าต่างชาติควบคู่กำลังซื้อในประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันที่มุ่งเน้นคุณภาพทำเลและความแตกต่างด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น"
โดยจังหวัดยุทธศาสตร์ที่ต่างชาติให้ความสนใจชัดเจน อาทิ จ.ภูเก็ต ถือเป็นแม่เหล็กหลักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วยค่าครองชีพที่เหมาะสม สภาพอากาศเอื้อต่อการใช้ชีวิต และโครงสร้างพื้นฐาน ครบครันทั้งสนามบิน โรงเรียนนานาชาติ และ ไลฟ์สไตล์ระดับสากล
อ.พัทยา จ.ชลบุรี เป็นอีกศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวที่ต่างชาติคุ้นเคย โดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทางเชื่อมต่อกรุงเทพฯ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตอบโจทย์ทั้งการลงทุนและการอยู่อาศัย, เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เติบโตต่อเนื่องจากดีมานด์ล้น (Overflow) จากภูเก็ต โดยได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาว โดยเฉพาะชาวอิสราเอล ขณะที่บรรยากาศการอยู่อาศัยยังคงสงบและเป็นส่วนตัว
รวมถึง อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี ที่เริ่มได้รับความนิยมจากเดิมเป็นฐานลูกค้าชาวสแกนดิเนเวีย ปัจจุบันมีชาวอังกฤษเข้ามาพำนักเพิ่มขึ้น แม้โครงสร้างพื้นฐาน อาจไม่เทียบเท่าเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่มีจุดแข็ง ด้านความเงียบสงบและคุณภาพชีวิต ขณะที่กรุงเทพมหานคร และจ.เชียงใหม่ ยังคงเป็นมหานครศูนย์กลางธุรกิจ การแพทย์ และการศึกษานานาชาติ "ในพื้นที่เหล่านี้ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะพัฒนาโครงการทั้งแนวราบ คอนโด รวมถึงโครงการระดับไฮเอนด์อย่างวิลล่า ฯลฯ รองรับความต้องการที่จะทยอยเข้ามาในอนาคต
เกาะติด-ปรับกลยุทธ์
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า สถานการณ์รัฐภูมิศาสตร์ในหลายพื้นที่ทั่วโลก เป็นเหตุการณ์ที่ประเมินยากว่าจะจบลงอย่างรวดเร็ว หรือยืดเยื้อ สำหรับประเทศไทยมีความได้เปรียบ ในเชิงการวางตัวเป็นกลาง ดังนั้นหากรัฐบาลเร่งสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย จะเป็นปัจจัยเชิงจิตวิทยากระตุ้นการตัดสินใจเลือกที่จะเข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทยในระยะยาว ดังนั้น บริษัทจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เน้นการดำเนินกลยุทธ์แบบยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับความผันผวนและคว้าโอกาสเชิงบวกในทุกภาวะตลาด
"การโยกย้ายที่อยู่อาศัย ต้องใช้เวลาตัดสินใจดังนั้นจึงเน้นการติดตามสถานการณ์ และด้วยที่ดิน -ทรัพยากรที่มีจึงพร้อมรองรับและรับประโยชน์จากปัจจัยบวกได้อย่างทันท่วงที"
ASW รับกระแส Safe Zone
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ประเมินประเทศไทยยังคงจุดแข็งในฐานะ "Second Home of the World" จากภาพลักษณ์ Safe Zone ในสายตานักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติ เปิดโอกาสผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดภูเก็ตที่ยังเติบโต ต่อเนื่อง
กลยุทธ์หลักของ ASW มุ่งสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ควบคู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านธุรกิจในเครือที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ได้แก่ ธุรกิจซื้อขายฝาก-เช่าครบวงจรสำหรับลูกบ้าน ธุรกิจเฮลธ์แอนด์เวลเนสและคลินิกกายภาพบำบัด Vitala ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์และอีเวนต์ รวมถึงคอมมิวนิตี้มอลล์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต เสริมความแข็งแกร่งกระแสเงินสดระยะยาว
ปัจจุบัน ASW มีโครงการสะสมในภูเก็ต 15 โครงการ มูลค่ารวม 44,850 ล้านบาท มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) 15,259 ล้านบาท โดยมี 4 โครงการสร้างเสร็จแล้ว มูลค่า 11,700 ล้านบาท ขณะที่ Backlog ดังกล่าวจะทยอยรับรู้ในปี 2568 มูลค่า 2,021 ล้านบาท และช่วงปี 2569-2570 อีก 13,238 ล้านบาท สะท้อนฐานรายได้ที่รองรับล่วงหน้าบริษัทยังต่อยอดสู่ธุรกิจโรงแรมและรีเทลมากขึ้น โดยเตรียมเปิดโรงแรมระดับ 4 ดาวแบรนด์ VOCO ร่วมกับ IHG ในปี 2570 รวมถึงพัฒนารีเทล ภายใต้แบรนด์ Mingle Mall 4 แห่งในทำเลศักยภาพ เพื่อสร้างทราฟฟิกและมูลค่าเพิ่มให้โครงการที่อยู่อาศัยในเครือ
สำหรับแผนเปิดตัวใหม่ ไฮไลต์ประกอบด้วย "เบียงกาน่า สุรินทร์" 350 ยูนิต บนที่ดิน 14 ไร่ ซึ่งบางส่วนจะพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป อยู่ระหว่างพิจารณาเชนบริหาร, "คาซ่า เดอ มอนเต้" พูลวิลล่าลักเซอรี่โซนเกาะแก้ว และ "เดอะ ไทเทิล วิวาน่า กมลา" บนที่ดิน 105 ไร่ แบ่งพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม 4 เฟส (25%) รีเทล (15%) และ พูลวิลล่า (60%) ใช้เวลาก่อสร้างปี 2569-2573 รองรับดีมานด์ทั้งไทยและต่างชาติ
"แรงหนุนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จะยังเป็นธีมสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะกลาง โดยเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจหลักจะได้อานิสงส์ชัดเจน สะท้อนโอกาสในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ลูกค้าต่างชาติควบคู่กำลังซื้อในประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันที่มุ่งเน้นคุณภาพทำเลและความแตกต่างด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น"
โดยจังหวัดยุทธศาสตร์ที่ต่างชาติให้ความสนใจชัดเจน อาทิ จ.ภูเก็ต ถือเป็นแม่เหล็กหลักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วยค่าครองชีพที่เหมาะสม สภาพอากาศเอื้อต่อการใช้ชีวิต และโครงสร้างพื้นฐาน ครบครันทั้งสนามบิน โรงเรียนนานาชาติ และ ไลฟ์สไตล์ระดับสากล
อ.พัทยา จ.ชลบุรี เป็นอีกศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวที่ต่างชาติคุ้นเคย โดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทางเชื่อมต่อกรุงเทพฯ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตอบโจทย์ทั้งการลงทุนและการอยู่อาศัย, เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เติบโตต่อเนื่องจากดีมานด์ล้น (Overflow) จากภูเก็ต โดยได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาว โดยเฉพาะชาวอิสราเอล ขณะที่บรรยากาศการอยู่อาศัยยังคงสงบและเป็นส่วนตัว
รวมถึง อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี ที่เริ่มได้รับความนิยมจากเดิมเป็นฐานลูกค้าชาวสแกนดิเนเวีย ปัจจุบันมีชาวอังกฤษเข้ามาพำนักเพิ่มขึ้น แม้โครงสร้างพื้นฐาน อาจไม่เทียบเท่าเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่มีจุดแข็ง ด้านความเงียบสงบและคุณภาพชีวิต ขณะที่กรุงเทพมหานคร และจ.เชียงใหม่ ยังคงเป็นมหานครศูนย์กลางธุรกิจ การแพทย์ และการศึกษานานาชาติ "ในพื้นที่เหล่านี้ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะพัฒนาโครงการทั้งแนวราบ คอนโด รวมถึงโครงการระดับไฮเอนด์อย่างวิลล่า ฯลฯ รองรับความต้องการที่จะทยอยเข้ามาในอนาคต
เกาะติด-ปรับกลยุทธ์
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า สถานการณ์รัฐภูมิศาสตร์ในหลายพื้นที่ทั่วโลก เป็นเหตุการณ์ที่ประเมินยากว่าจะจบลงอย่างรวดเร็ว หรือยืดเยื้อ สำหรับประเทศไทยมีความได้เปรียบ ในเชิงการวางตัวเป็นกลาง ดังนั้นหากรัฐบาลเร่งสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย จะเป็นปัจจัยเชิงจิตวิทยากระตุ้นการตัดสินใจเลือกที่จะเข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทยในระยะยาว ดังนั้น บริษัทจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เน้นการดำเนินกลยุทธ์แบบยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับความผันผวนและคว้าโอกาสเชิงบวกในทุกภาวะตลาด
"การโยกย้ายที่อยู่อาศัย ต้องใช้เวลาตัดสินใจดังนั้นจึงเน้นการติดตามสถานการณ์ และด้วยที่ดิน -ทรัพยากรที่มีจึงพร้อมรองรับและรับประโยชน์จากปัจจัยบวกได้อย่างทันท่วงที"
ASW รับกระแส Safe Zone
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ประเมินประเทศไทยยังคงจุดแข็งในฐานะ "Second Home of the World" จากภาพลักษณ์ Safe Zone ในสายตานักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติ เปิดโอกาสผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดภูเก็ตที่ยังเติบโต ต่อเนื่อง
กลยุทธ์หลักของ ASW มุ่งสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ควบคู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านธุรกิจในเครือที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ได้แก่ ธุรกิจซื้อขายฝาก-เช่าครบวงจรสำหรับลูกบ้าน ธุรกิจเฮลธ์แอนด์เวลเนสและคลินิกกายภาพบำบัด Vitala ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์และอีเวนต์ รวมถึงคอมมิวนิตี้มอลล์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต เสริมความแข็งแกร่งกระแสเงินสดระยะยาว
ปัจจุบัน ASW มีโครงการสะสมในภูเก็ต 15 โครงการ มูลค่ารวม 44,850 ล้านบาท มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) 15,259 ล้านบาท โดยมี 4 โครงการสร้างเสร็จแล้ว มูลค่า 11,700 ล้านบาท ขณะที่ Backlog ดังกล่าวจะทยอยรับรู้ในปี 2568 มูลค่า 2,021 ล้านบาท และช่วงปี 2569-2570 อีก 13,238 ล้านบาท สะท้อนฐานรายได้ที่รองรับล่วงหน้าบริษัทยังต่อยอดสู่ธุรกิจโรงแรมและรีเทลมากขึ้น โดยเตรียมเปิดโรงแรมระดับ 4 ดาวแบรนด์ VOCO ร่วมกับ IHG ในปี 2570 รวมถึงพัฒนารีเทล ภายใต้แบรนด์ Mingle Mall 4 แห่งในทำเลศักยภาพ เพื่อสร้างทราฟฟิกและมูลค่าเพิ่มให้โครงการที่อยู่อาศัยในเครือ
สำหรับแผนเปิดตัวใหม่ ไฮไลต์ประกอบด้วย "เบียงกาน่า สุรินทร์" 350 ยูนิต บนที่ดิน 14 ไร่ ซึ่งบางส่วนจะพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป อยู่ระหว่างพิจารณาเชนบริหาร, "คาซ่า เดอ มอนเต้" พูลวิลล่าลักเซอรี่โซนเกาะแก้ว และ "เดอะ ไทเทิล วิวาน่า กมลา" บนที่ดิน 105 ไร่ แบ่งพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม 4 เฟส (25%) รีเทล (15%) และ พูลวิลล่า (60%) ใช้เวลาก่อสร้างปี 2569-2573 รองรับดีมานด์ทั้งไทยและต่างชาติ
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ