SCB EIC คาดปี'69 ตลาดอสังหาฯ ทรุดต่อเนื่องปีที่4 ยอดโอนหดตัว5%
วันที่ : 4 เมษายน 2569
SCB EIC คาดโครงการใหม่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล หดตัวต่อเนื่องปีที่ 4 เหลือแค่ 39,000 หมื่นหน่วย ลดลง 5% ชี้วิกฤตสงครามเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำตลาดติดลบหนักถึง 10%
นายเชษฐวัฒก์ ทรงประเสริฐ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) เปิดเผยว่า SCB EIC คาดว่า มูลค่าการโอนทั่วประเทศในปี 2569 จะหดตัว 5%(YOY) มาอยู่ที่ 824,000 ล้านบาท จากภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ และการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่องจากปี 2568 อีกทั้งสงครามตะวันออกกลางมีแนวโน้มซ้ำเติมกำลังซื้อให้ฟื้นตัวได้ยากมากขึ้น โดยกรณีสงครามยืดเยื้อ มีความเสี่ยงหดตัว 10%-15%(YOY)
ทั้งนี้ SCB EIC คาดว่าในปี 2569 จะมีการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ราว 39,000 หน่วย ลดลง 5%(YOY) โดยเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และกรณีสงครามยืดเยื้อ มีความเสี่ยงที่จะหดตัวลงถึง 10%(YOY) ซึ่งการลดลง ของอุปทานใหม่ ส่งผลให้หน่วยเหลือขายสะสมในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2569 มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 มาอยู่ ที่ราว 212,000 หน่วย (-4%YOY) โดยการเปิดตัวโครงการใหม่ต้องเตรียมรับมือ กับภาวะต้นทุนวัสดุก่อสร้างพุ่งสูงขึ้น จาก สงครามตะวันออกกลาง ขณะที่กำลังซื้อ ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ กดดันให้ผู้ประกอบการ ไม่สามารถปรับขึ้นราคาที่อยู่อาศัยได้มากนัก และกระทบต่ออัตรากำไรตามมา
นอกจากนี้ แนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 จำเป็นต้องเปิดโครงการใหม่อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะทำเลที่หน่วยเหลือขายสะสมสูง ที่อยู่อาศัยราคาปานกลาง ลงมา รวมถึงในต่างจังหวัด อีกทั้งเร่งสร้างรายได้และกระแสเงินสด ทั้งขยายตลาดผู้มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการย้ายประเทศหนีสงคราม ปรับโมเดลธุรกิจ เช่น การเช่า การเช่าซื้อ รวมถึงเปิดโครงการใหม่ขนาดปานกลาง-เล็ก เพื่อรักษาสภาพคล่อง ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับผู้รับเหมาเพื่อร่วมกันบริหารต้นทุน เช่น กำหนดปริมาณการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง ลดของเสีย และความผิดพลาดจากการก่อสร้าง
ทั้งนี้ SCB EIC คาดว่าในปี 2569 จะมีการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ราว 39,000 หน่วย ลดลง 5%(YOY) โดยเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และกรณีสงครามยืดเยื้อ มีความเสี่ยงที่จะหดตัวลงถึง 10%(YOY) ซึ่งการลดลง ของอุปทานใหม่ ส่งผลให้หน่วยเหลือขายสะสมในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2569 มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 มาอยู่ ที่ราว 212,000 หน่วย (-4%YOY) โดยการเปิดตัวโครงการใหม่ต้องเตรียมรับมือ กับภาวะต้นทุนวัสดุก่อสร้างพุ่งสูงขึ้น จาก สงครามตะวันออกกลาง ขณะที่กำลังซื้อ ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ กดดันให้ผู้ประกอบการ ไม่สามารถปรับขึ้นราคาที่อยู่อาศัยได้มากนัก และกระทบต่ออัตรากำไรตามมา
นอกจากนี้ แนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 จำเป็นต้องเปิดโครงการใหม่อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะทำเลที่หน่วยเหลือขายสะสมสูง ที่อยู่อาศัยราคาปานกลาง ลงมา รวมถึงในต่างจังหวัด อีกทั้งเร่งสร้างรายได้และกระแสเงินสด ทั้งขยายตลาดผู้มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการย้ายประเทศหนีสงคราม ปรับโมเดลธุรกิจ เช่น การเช่า การเช่าซื้อ รวมถึงเปิดโครงการใหม่ขนาดปานกลาง-เล็ก เพื่อรักษาสภาพคล่อง ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับผู้รับเหมาเพื่อร่วมกันบริหารต้นทุน เช่น กำหนดปริมาณการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง ลดของเสีย และความผิดพลาดจากการก่อสร้าง
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ