น้ำมันแพงเขย่าก่อสร้าง
Loading

น้ำมันแพงเขย่าก่อสร้าง

วันที่ : 7 เมษายน 2569
"ดูโฮม" รับมือวิกฤตพลังงานพ่นพิษ! เผยราคาน้ำมันดีดทะลุ 50 บาท ดันต้นทุนวัสดุก่อสร้างพุ่งยกแผง ทั้งค่าขนส่ง-ค่าแรงช่าง-ต้นทุนการผลิต เตรียมปรับราคาสินค้าสะท้อนต้นทุนจริง หวั่นกระทบกำลังซื้อผู้บริโภคทั่วประเทศ
         ดูโฮมจับมือซัพพลายเออร์ตรึงราคา 40%

          นายมารวย ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าธุรกิจ วัสดุก่อสร้างกำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ขยับเกิน 50 บาทต่อลิตร ส่งผลต่อต้นทุนทั้งระบบ ตั้งแต่การขนส่งสินค้า โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักมากค่าบริการทีมช่างที่ต้องไปทำหน้างาน ไปจนถึงต้นทุนการผลิตในโรงงานทำให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับสูงขึ้นและกระทบกำลังซื้อผู้บริโภค

     อย่างไรก็ตาม บริษัทเลือกใช้แนวทางบริหารต้นทุนเพื่อประคองตลาด โดยสามารถตรึงราคาสินค้าได้ประมาณ 40% ของสินค้าทั้งหมดโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบ

     โดยตรงจากราคาน้ำมัน พร้อมพยายามรักษาค่าบริการให้อยู่ในระดับเดิม ขณะเดียวกันเร่งทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาและดูดซับต้นทุนส่วนเพิ่มบางส่วน ไม่ให้ส่งผ่านไปยังผู้บริโภคทั้งหมดในทันที

     นายมารวยกล่าวว่า ภายใต้ต้นทุนพลังงานที่ยังผันผวนการรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนกับราคาขายเป็นโจทย์สำคัญ โดยต้องบริหารทั้งซัพพลายเชนและความร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อคงความสามารถในการแข่งขันและประคองกำลังซื้อในช่วงเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

     "ดูโฮมไม่ได้แบกรับต้นทุนเพียงฝ่ายเดียว แต่ใช้วิธีทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เจรจาต้นทุนและทำโปรโมชันร่วมกัน เพื่อไม่ให้ภาระถูกผลักไปยังราคาขายปลีกทั้งหมด" นายมารวยกล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้าจะเกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐยังทรงตัว แม้ปีที่ผ่านมาเผชิญภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว แต่บริษัทยังสามารถทำรายได้รวมกว่า 30,000 ล้านบาท และมียอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 1%

     สำหรับตลาดวัสดุก่อสร้างโดยรวมมีมูลค่าประมาณ 170,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มโมเดิร์นเทรดมีสัดส่วนเพียง 20% ของตลาดทั้งหมด สะท้อนโอกาสการเติบโตที่ยังเปิดกว้าง

     นายมารวยกล่าวว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์จากผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง สู่การพัฒนา "อีโคซิสเต็มเรื่องบ้าน" มุ่งกลุ่มลูกค้าเจ้าของบ้านมากขึ้น ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนราว 40-50% ของยอดขาย สอดคล้องกับเทรนด์รีโนเวทในช่วงตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว พร้อมขยายบริการผ่านทีม "นายช่าง" ครอบคลุมตั้งแต่งานติดตั้ง ซ่อมแซม ไปจนถึงต่อเติม

     ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าตอกย้ำจุดแข็ง "ครบ ถูก ดี" โดยเฉพาะความเป็นผู้นำด้านราคาควบคู่การพัฒนาสินค้า Private Label กว่า 20,000 รายการ เพื่อควบคุมคุณภาพและต้นทุนพร้อมยกระดับบริการด้วยผู้เชี่ยวชาญ เช่น วิศวกรและสถาปนิกประจำสาขา

     พร้อมกันนี้ ดูโฮมเร่งขยายเครือข่ายสาขา ปัจจุบันมีสาขาขนาดใหญ่ 27 แห่ง และเดินหน้าขยายรูปแบบ Dohome To Go ในชุมชน ตั้งเป้าเพิ่มอีก 20 สาขาในปีนี้ รวมถึงพัฒนาโมเดลฟอร์แมตขนาดกลาง (Medium Format) ขนาด 13,000-15,000 ตารางเมตร เพื่อเจาะตลาดอำเภอขนาดกลาง

     นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนา Omni-channel เชื่อมโยงช่องทางออนไลน์และออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ โดยปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 4 ล้านราย และยอดขายออนไลน์คิดเป็นราว 2% ของยอดขายรวม.
 
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ