บอร์ด EEC ดัน ศูนย์ธุรกิจ-สมาร์ทซิตี้ ลุยเฟสแรก 7.2 หมื่นล้าน ปั้น 'เมืองหลวงอีอีซี'
Loading

บอร์ด EEC ดัน ศูนย์ธุรกิจ-สมาร์ทซิตี้ ลุยเฟสแรก 7.2 หมื่นล้าน ปั้น 'เมืองหลวงอีอีซี'

วันที่ : 11 มิถุนายน 2569
EECiti เดินหน้าแผนพัฒนาเมืองใหม่อีอีซี มูลค่าลงทุนรวม 1.34 ล้านล้านบาท บนพื้นที่ 14,619 ไร่ ใน จ.ชลบุรี โดยเริ่มพัฒนาระยะแรก 5,795 ไร่ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาคและเมืองอัจฉริยะชั้นนำของโลกภายในปี 2580
   บอร์ด EEC รับทราบความคืบหน้าศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EECiti ภายในศูนย์กลางมหานครการบินภาคตะวันออก พร้อมลงทุนโครงสร้างพ้นฐานเฟสแรก 7.2 หมื่นล้าน สู่เมืองหลวงของอีอีซี

   การพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามนโยบายรัฐบาลนอกจากจะมีโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานบกน้ำอากาศและรางแล้ว ภายใต้พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ยังมีอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญและกำลังจะกลายเป็นหนึ่งในแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนเข้ามาในประเทศ นั่นคือ "ศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ" หรือ EECiti ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ภายในศูนย์กลางของมหานครการบินภาคตะวันออก หรือ EEC Aerotropolis

   ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธาน และมี นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เป็นเลขานุการ ก็ได้รับทราบความก้าวหน้าดำเนินการพัฒนาในโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และ EECiti ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

   ความก้าวหน้าล่าสุด

   สำหรับความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และ EECiti ประกอบด้วย การจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้มีพื้นที่พร้อมพัฒนาประมาณ 6,168 ไร่ การจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในระยะแรก การออกแบบจัดทำแผนผังการพัฒนา และรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการ

   รวมถึงการเตรียมระบบบริหารจัดการน้ำ และโครงข่ายถนน และการเตรียมพื้นที่ให้เป็น Landmark แห่งใหม่ เพื่อรองรับศูนย์กีฬานานาชาติที่มีมาตรฐานสากล และศูนย์สันทนาการระดับโลก โดยได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ สกพอ.เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการที่จะดำเนินการต่อไปในลักษณะของโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดยทั้งสองหน่วยงานจะจัดทำรายงานวิเคราะห์โครงการและนำเสนอ กพอ. พิจารณาต่อไป

   เงินลงทุน 7.2 หมื่นล้าน

   บอร์ด EEC ยังกำหนดให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางภายใน EECiti เป็นโครงการที่ดำเนินการตามขั้นตอนการคัดเลือกเอกชน ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชน หรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ.2560 (PPP EEC Track)

   ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในโครงการ EECiti รวม 10 ระบบ มูลค่าประมาณ 72,042 ล้านบาท อาทิ ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ จัดการขยะ พื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง

   สกพอ. เตรียมการจัด Market Sounding เพื่อรับฟังความคิดเห็นและทดสอบความสนใจภาคเอกชน ก่อนเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการ PPP อีกครั้ง คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนให้เข้าร่วมลงทุนในช่วงต้นปี 2570 และเริ่มพิจารณาผลเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน รวมทั้งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้ในปี 2571

   นอกจากนั้น กพอ. ได้เห็นชอบการปรับขอบเขตพื้นที่พื้นที่โครงการ EECiti เพื่อจัดสรรและบริหารแปลงพัฒนาที่เหมาะสมกับการก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงการมากยิ่งขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน โดยจะเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาทบทวนมติจากเดิมที่ได้เห็นชอบให้ สกพอ. เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของ สปก. จากจำนวนประมาณ 14,619 ไร่ เป็น จำนวน 14,586 ไร่ ต่อไป

   ตั้งเป้าเมืองหลวงอีอีซี

   สำหรับโครงการ EECiti มีมูลค่าลงทุนรวม 1.34 ล้านล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ขนาดพื้นที่ ประมาณ 14,619 ไร่ โดยกำหนดการพัฒนาระยะแรกก่อน 5,795 ไร่ โครงการนี้นับเป็นหนึ่งในแผนการผลักดันให้เกิดเมืองหลวงของอีอีซี เป้าหมายเป็นศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค และเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 1 ใน 10 ของโลก ในปี 2580 ลดความแออัดของเมืองเดิมในพื้นที่มหานครการบินภาคตะวันออก และกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค

   กำหนดกลุ่มธุรกิจเป้าหมายในพื้นที่ 6 โซน คือ 1.ศูนย์สำนักงานใหญ่ภูมิภาค ศูนย์ราชการ และศูนย์บริการทางการเงิน 2.ศูนย์การแพทย์แม่นยำและการแพทย์เพื่ออนาคต 3.ศูนย์การศึกษา และศูนย์วิจัยพัฒนาระดับนานาชาติ/ ศูนย์วิจัยอาหารแห่งอนาคต 4.ศูนย์ธุรกิจบริการ เช่น ท่องเที่ยว กีฬา 5.ศูนย์ธุรกิจ Bio-Circular-Green (BCG) และ 6.High-tech green manufacturing และกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย และการพัฒนาพื้นที่เชิงผสมผสาน (Mixed-use)

   กระตุ้นลงทุนอู่ตะเภา

   นอกจากนี้ กพอ. ยังเห็นชอบมาตรการสนับสนุนที่จำเป็นและเร่งด่วนสำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเพิ่มเติม (EECa) โดยเห็นชอบในการกำหนดมาตรการเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเริ่มโครงการ EECa ได้โดยเร็ว เช่น การอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้าอยู่อาศัยเพื่อทำงานหรือประกอบกิจการในพื้นที่ การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับสายการบินต่างประเทศที่เข้าออกสนามบินอู่ตะเภา

   รวมทั้งการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการเช่าและการโอนอสังหาริมทรัพย์ การกำหนด EECa Visa เพื่อรองรับกลุ่มผู้เข้าอยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ที่จะพัฒนาขึ้นในโครงการ การยกเว้นภาษีอากรสำหรับการอุปโภคบริโภคและประกอบกิจการในพื้นที่ EECa ที่จะกำหนดเป็นเขตประกอบการค้าเสรี (Free Trade Zone) เป็นต้น

   ทั้งนี้ กพอ. ได้มอบหมายให้ สกพอ. นำเสนอครม. พิจารณาอนุมัติมาตรการสนับสนุนที่จำเป็นดังกล่าว รวมถึงมาตรการสนับสนุนที่ กพอ. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการไว้แล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2568 และมอบหมายให้ สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการออกกฎหมายรองรับให้มาตรการทั้งหมดมีผลใช้บังคับโดยเร็วต่อไป
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ