REIC ชี้อสังหาครึ่งหลังชะลอตัวเคาะตัวเลขยอดโอนปี69โต1.8%
วันที่ : 28 สิงหาคม 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ชี้ ตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มชะลอตัว หลังครึ่งปีแรกโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ 167,665 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.6% YoY มูลค่า 429,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% YoY จากแรงเร่งโอนในช่วงไตรมาส 2 โดยเฉพาะเดือนมิ.ย. หลังผู้ซื้อเร่งตัดสินใจก่อนมาตรการลดค่าธรรมเนียมภาครัฐ ส่งผลให้ดีมานด์บางส่วนถูกดึงมาใช้ล่วงหน้า
REIC มองภาพตลาดอสังหาครึ่งปีหลังจะชะลอตัวลงจากครึ่งปีแรกเนื่องจากมีการเร่งโอนไปแล้วในไตรมาส 2/2569 จากความกังวลเรื่องมาตรการอสังหาที่จะหมดอายุ แต่หลังจากมีการต่ออายุมาตรการดังกล่าวจะช่วยประคองตลาดครึ่งปีหลัง ทำให้คาดว่ายอดโอนปี 2569 จะเพิ่มขึ้น 1.8% และจะส่งผลดีไปยังปี 2570 ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ จะยังมีการเติบโตขึ้นตามยอดโอน ถึงแม้ภาพรวมจะยังมีความท้าทาย แต่ยังมีโอกาสการทางธุรกิจจากการขยายตัวในพื้นที่ท่องเที่ยว การเติบโตของบ้านมือสอง เป็นต้น
ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ภาพรวมทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 คาดชะลอตัวลง เมื่อเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรกที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศจำนวน 167,665 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.6% YoY คิดเป็นมูลค่าการโอนรวม 429,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% YoY เนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตที่สูงมาก เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมของภาครัฐ ส่งผลให้ผู้ซื้อตัดสินใจเร่งโอนกรรมสิทธิ์ล่วงหน้า ทำให้ดีมานด์หรือความต้องการซื้อส่วนหนึ่งถูกดึงไปล่วงหน้าแล้ว
ราคาบ้านปี 70 จะเพิ่มขึ้น
ภาพรวมแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ประเมินว่ายังเติบโตได้ดีมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์รวม 323,479 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.3% YoY และมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์รวม 880,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% YoY ภายใต้สมมติฐานทางเศรษฐกิจที่ GDP ขยายตัว 2.25%, MRR อยู่ที่ 6.55% และเงินเฟ้อ 1.75% แม้จะมีการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 แต่การต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองถึง 30 มิถุนายน 2570 จะช่วยประคองตลาดครึ่งปีหลังให้ดำเนินไปได้อย่างมีเสถียรภาพ
"มาตรการดังกล่าวจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงปี 2570 ซึ่ง REIC คาดมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์จะเป็น 908,358 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ 3.1% YoY แต่จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์จะอยู่ที่ 320,617 หน่วย ลดลง 0.9% YoY ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ไม่มีการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองไปอีก หากมีการต่ออายุมาตรการอาจมีการเติบโตมากกว่านี้ โดยมูลค่าการโอนที่ขยายตัวสูงกว่าจำนวนหน่วยเป็นผลมาจากราคาบ้านเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น และรอบการประเมินราคาที่ดินใหม่ปี 2570-2573 ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570"
คาดสินเชื่อปล่อยใหม่โต 1.4%
ในส่วนด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ในปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่า 571,066 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% YoY จากครึ่งปีแรก สถานการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้าง มีมูลค่ารวม 5,174,141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% YoY โดยยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่มีมูลค่ารวม 289,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2 YoY โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 มีการเร่งขยายตัวสูงถึง 18.4% YoY สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย
ขณะที่ผลจากที่ต่ออายุมาตรการในปี 2569 จะส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงปี 2570 คาดว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่จะอยู่ที่ 582,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ไม่มีการต่ออายุมาตรการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2570 หากมีการต่ออายุมาตรการอาจมีการเติบโตมากกว่านี้
มองหาโอกาสทางธุรกิจ
อย่างไรก็ดีตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของ GDP การเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ช่วยส่งเสริมกำลังซื้อของภาคครัวเรือนให้มีความแข็งแกร่งขึ้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันทรงตัวอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 1% และกนง.ได้ส่งสัญญาณแล้วว่าจะยังคงดอกเบี้ยต่อ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงยังมาจากหนี้ครัวเรือนของไทยที่ยังคงค้างอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ธนาคารยกระดับมาตรฐานและเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยกู้
ขณะเดียวกันยังมีโอกาสทางธุรกิจท่ามกลางความท้าทาย ทั้งการขยายตัวในพื้นที่ท่องเที่ยว และเขตเศรษฐกิจในชลบุรี และภูเก็ต ที่สามารถขยายตัว และเติบโตได้ดีจากแรงซื้อของกลุ่มลูกค้าต่างชาติ
นอกจากนี้ตลาดบ้านมือสองมีการเติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าบ้านมือหนึ่งค่อนข้างมาก ประกอบกับทำเล ที่ตั้งของบ้านมือสองมักตั้งอยู่ในเขตเมืองที่มีความสะดวกสบายมากกว่า รวมถึงนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐในเรื่องการติดตั้งโซลาร์เซลล์และการพัฒนาบ้านประหยัดพลังงาน ถือเป็นโอกาสใหม่ สำหรับผู้ประกอบการในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ
ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ภาพรวมทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 คาดชะลอตัวลง เมื่อเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรกที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศจำนวน 167,665 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.6% YoY คิดเป็นมูลค่าการโอนรวม 429,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% YoY เนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตที่สูงมาก เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมของภาครัฐ ส่งผลให้ผู้ซื้อตัดสินใจเร่งโอนกรรมสิทธิ์ล่วงหน้า ทำให้ดีมานด์หรือความต้องการซื้อส่วนหนึ่งถูกดึงไปล่วงหน้าแล้ว
ราคาบ้านปี 70 จะเพิ่มขึ้น
ภาพรวมแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ประเมินว่ายังเติบโตได้ดีมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์รวม 323,479 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.3% YoY และมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์รวม 880,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% YoY ภายใต้สมมติฐานทางเศรษฐกิจที่ GDP ขยายตัว 2.25%, MRR อยู่ที่ 6.55% และเงินเฟ้อ 1.75% แม้จะมีการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 แต่การต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองถึง 30 มิถุนายน 2570 จะช่วยประคองตลาดครึ่งปีหลังให้ดำเนินไปได้อย่างมีเสถียรภาพ
"มาตรการดังกล่าวจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงปี 2570 ซึ่ง REIC คาดมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์จะเป็น 908,358 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ 3.1% YoY แต่จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์จะอยู่ที่ 320,617 หน่วย ลดลง 0.9% YoY ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ไม่มีการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองไปอีก หากมีการต่ออายุมาตรการอาจมีการเติบโตมากกว่านี้ โดยมูลค่าการโอนที่ขยายตัวสูงกว่าจำนวนหน่วยเป็นผลมาจากราคาบ้านเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น และรอบการประเมินราคาที่ดินใหม่ปี 2570-2573 ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570"
คาดสินเชื่อปล่อยใหม่โต 1.4%
ในส่วนด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ในปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่า 571,066 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% YoY จากครึ่งปีแรก สถานการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้าง มีมูลค่ารวม 5,174,141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% YoY โดยยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่มีมูลค่ารวม 289,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2 YoY โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 มีการเร่งขยายตัวสูงถึง 18.4% YoY สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย
ขณะที่ผลจากที่ต่ออายุมาตรการในปี 2569 จะส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงปี 2570 คาดว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่จะอยู่ที่ 582,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ไม่มีการต่ออายุมาตรการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2570 หากมีการต่ออายุมาตรการอาจมีการเติบโตมากกว่านี้
มองหาโอกาสทางธุรกิจ
อย่างไรก็ดีตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของ GDP การเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ช่วยส่งเสริมกำลังซื้อของภาคครัวเรือนให้มีความแข็งแกร่งขึ้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันทรงตัวอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 1% และกนง.ได้ส่งสัญญาณแล้วว่าจะยังคงดอกเบี้ยต่อ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงยังมาจากหนี้ครัวเรือนของไทยที่ยังคงค้างอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ธนาคารยกระดับมาตรฐานและเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยกู้
ขณะเดียวกันยังมีโอกาสทางธุรกิจท่ามกลางความท้าทาย ทั้งการขยายตัวในพื้นที่ท่องเที่ยว และเขตเศรษฐกิจในชลบุรี และภูเก็ต ที่สามารถขยายตัว และเติบโตได้ดีจากแรงซื้อของกลุ่มลูกค้าต่างชาติ
นอกจากนี้ตลาดบ้านมือสองมีการเติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าบ้านมือหนึ่งค่อนข้างมาก ประกอบกับทำเล ที่ตั้งของบ้านมือสองมักตั้งอยู่ในเขตเมืองที่มีความสะดวกสบายมากกว่า รวมถึงนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐในเรื่องการติดตั้งโซลาร์เซลล์และการพัฒนาบ้านประหยัดพลังงาน ถือเป็นโอกาสใหม่ สำหรับผู้ประกอบการในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ
