อสังหาฯอีอีซีฟื้นแต่ไม่ทุกทำเล
วันที่ : 18 กันยายน 2569
REIC ชี้ ตลาดที่อยู่อาศัย EEC กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน จากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน สู่ตลาดที่เน้นความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองมากขึ้น
นายมานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากตลาดที่เคยเติบโตตามแรงลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ตลาดที่ต้องขับเคลื่อนด้วยความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองมากขึ้น
แม้เศรษฐกิจ EEC ยังได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนต่างประเทศ การจ้างงาน และโครงการโครงสร้างพื้นฐาน แต่กำลังซื้อในประเทศยังถูกจำกัดด้วยหนี้ครัวเรือน ความเข้มงวดสินเชื่อ และต้นทุนพัฒนาโครงการที่สูงขึ้น ทำให้การเติบโตระยะต่อไป จะไม่กระจายตัวเท่ากันในทุกพื้นที่
ผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 2 ปี 2569 ใน 27 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่ามีปริมาณที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย (อุปทาน) รวม 359,433 หน่วย มูลค่า 2.023 ล้านล้านบาท ขณะที่ EEC มีอุปทาน 65,908 หน่วย คิดเป็น 18.3% ของจำนวนหน่วยทั้งประเทศ แต่มีมูลค่าเพียง 13.7% สะท้อนว่า EEC เป็นตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาที่สอดคล้องกับกำลังซื้อของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเป็นหลัก โดยอุปทานรวมลดลง 3.8% จากปีก่อน
ขณะที่สต๊อกเหลือขายลดลง 5.3% อัตราดูดซับ 2.3% ต่อเดือน หากไม่มีอุปทานใหม่จะใช้เวลาระบายสต๊อกราว 41 เดือน ซึ่งชลบุรียังเป็นตลาดใหญ่ที่สุด อุปทาน 43,591 หน่วย ลดลง 2.4% แต่ยอดขายใหม่พุ่ง 39.1%
แม้เศรษฐกิจ EEC ยังได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนต่างประเทศ การจ้างงาน และโครงการโครงสร้างพื้นฐาน แต่กำลังซื้อในประเทศยังถูกจำกัดด้วยหนี้ครัวเรือน ความเข้มงวดสินเชื่อ และต้นทุนพัฒนาโครงการที่สูงขึ้น ทำให้การเติบโตระยะต่อไป จะไม่กระจายตัวเท่ากันในทุกพื้นที่
ผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 2 ปี 2569 ใน 27 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่ามีปริมาณที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย (อุปทาน) รวม 359,433 หน่วย มูลค่า 2.023 ล้านล้านบาท ขณะที่ EEC มีอุปทาน 65,908 หน่วย คิดเป็น 18.3% ของจำนวนหน่วยทั้งประเทศ แต่มีมูลค่าเพียง 13.7% สะท้อนว่า EEC เป็นตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาที่สอดคล้องกับกำลังซื้อของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเป็นหลัก โดยอุปทานรวมลดลง 3.8% จากปีก่อน
ขณะที่สต๊อกเหลือขายลดลง 5.3% อัตราดูดซับ 2.3% ต่อเดือน หากไม่มีอุปทานใหม่จะใช้เวลาระบายสต๊อกราว 41 เดือน ซึ่งชลบุรียังเป็นตลาดใหญ่ที่สุด อุปทาน 43,591 หน่วย ลดลง 2.4% แต่ยอดขายใหม่พุ่ง 39.1%
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ