SPALI เล็งผุด19โครงการ 2.26หมื่นล.รับตลาดฟื้น
Loading

SPALI เล็งผุด19โครงการ 2.26หมื่นล.รับตลาดฟื้น

วันที่ : 21 กันยายน 2569
SPALI ประกาศอสังหาไทย ผ่าน "จุด Bottom" ส่งสัญญาณ Real Demand คืนสนาม คอนโดทำเลศักยภาพยอดจองฟื้น เดินเกมรุกครึ่งปีหลังเปิดใหม่ 19 โครงการ มูลค่ารวม 2.266 หมื่นล้านบาท ฟากโบรกชี้กำไรเข้าสู่ "จุดเปลี่ยน" อัพกำไรปีนี้ 10% ชูปันผลเด่น 7.7% เคาะ "ซื้อ" เป้า 21 บาท
    นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยผ่านช่วงอ่อนตัว หรือ จุด Bottom มาแล้ว และเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของ Real Demand โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมในทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งได้รับการตอบรับและมียอดจองดีโครงการกว่าปีก่อน

     เน้น Real Demand

    "บริษัทเน้นกลุ่มผู้ Real Demand ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทย โดยยอดขายในประเทศยังเติบโตได้โดยไม่ได้ พึ่งพากำลังซื้อจากต่างชาติ แม้ลูกค้ายังมีความต้องการซื้อ แต่การตัดสินใจใช้เวลานานขึ้น และอุปสรรคสำคัญคือการขอสินเชื่อไม่ผ่าน ทำให้ลูกค้าที่มีความสนใจซื้อไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามแผน สอดคล้องกับมุมมองตลาดที่ยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่ในระดับสูง" นายไตรเตชะ กล่าว
สำหรับช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทจะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียม 2 โครงการ ได้แก่ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ และศุภาลัย คราม เขาเต่า รวมถึงมีแผนเปิดโครงการ 19 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 22,660 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 15 โครงการ และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง

    สำหรับแผนธุรกิจระยะต่อไป บริษัทจะเดินหน้าเปิดโครงการในทำเลที่มีศักยภาพ โดยให้ความสำคัญกับการเลือกประเภทโครงการให้เหมาะสมกับกำลังซื้อในแต่ละพื้นที่ ทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม ควบคู่กับการบริหารโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเร่งการรับรู้รายได้และสนับสนุนผลการดำเนินงานในแต่ละปี

    ด้านการลงทุนในออสเตรเลียยังเป็นอีกแรงหนุนต่อผลประกอบการ โดยบริษัทลงทุนในตลาดดังกล่าวมานานและมีโครงการอยู่ในหลายเมือง โดยผลการดำเนินงานยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นและมีส่วนช่วยชดเชยความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

    เคาะเป้า 21 บาท

    ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) คงแนะนำ "ซื้อ" SPALI ราคาเหมาะสม 21 บาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจาก 1.อัตราผลตอบแทนปันผลที่น่าสนใจ ที่ 7.7/8.4% ในปี 2569 - 2570 2.ปรับเพิ่มกำไรปี 2569 ขึ้น 10% และ 11% ในปี 2570 3.ยอด Presales มี แนวโน้มดีขึ้น และคาดว่าจะเติบโต 6% HoH ใน 2H/2569 หนุนโดยอัตราการขายที่ดีของโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ โดยโครงการแรกคือ Supalai Kram-Srisuthon มูลค่า 1 พันล้าน ทำยอดขายได้แล้ว 60% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด (Gross Takeup) ใน 3Q/2569 SPALI มองว่าอุปสงค์คอนโดมิเนียม ยังอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากอุปทานโครงการใหม่ลดลง อย่างมาก และเกิดช่องว่างของอุปทานในตลาดคอนโดมิเนียมระดับราคาที่เข้าถึงได้ที่ 70,000-90,000 บาทต่อตร.ม. ซึ่งเป็นตลาดที่ SPALI ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการในกลุ่มนี้

    กำไรเข้าสู่จุดเปลี่ยน

    ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า กำไรของ SPALI จะพลิกกลับเข้าสู่แนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2571 ปัจจัยขับเคลื่อนกำไรในปีนี้มาจากส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจในออสเตรเลียที่แข็งแกร่งขึ้นเป็นหลัก ขณะที่ปัจจัยในประเทศทั้งยอด Presales และยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ปรับตัวดีขึ้น จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ