"โซลาร์เซลล์" ปลุกตลาดบ้านสีเขียว รัฐคลอดมาตรการลดหย่อนภาษีผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟ
Loading

"โซลาร์เซลล์" ปลุกตลาดบ้านสีเขียว รัฐคลอดมาตรการลดหย่อนภาษีผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟ

วันที่ : 9 มีนาคม 2569
เสนา กล่าวว่า เสนาเป็นบริษัทอสังหาฯรายแรกของไทยที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ลูกบ้านทุกหลัง ก่อนต่อยอดสู่แนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy House) และคอนโดฯ โลว์คาร์บอน
   ดัน "อสังหาฯ-ค้าปลีก" ตื่นตัวรับพลังงานสะอาด

   อสังหาริมทรัพย์

   การประกาศพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนที่อยู่อาศัย หรือ "โซลาร์รูฟ" ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญของภาครัฐในการผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ในภาคครัวเรือน และการสนับสนุนตลาดบ้านเขียวอย่างจริงจัง และชัดเจนมากที่สุดนับตั้งแต่ ที่มีการพูดถึงการส่งเสริมตลาดอสังหาฯสีเขียวโครงการอาคารเขียว

   เพราะการประกาศพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง "โซลาร์รูฟ" ในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์และติดตั้งโซลาร์เซลล์มาลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขการติดตั้งระบบใหม่ที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสามารถใช้สิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571

   มาตรการดังกล่าวไม่เพียงเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์พลังงานทางเลือก ซึ่งกำลังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานและการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนมากขึ้น

   มาตรการภาษี กระตุ้นตลาดอสังหาฯสีเขียว

   สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ มาตรการลดหย่อนภาษี ดังกล่าวถือเป็น "ตัวเร่ง" สำคัญที่ช่วยผลักดันแนวคิดบ้านพลังงานสะอาดให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดที่อยู่อาศัยในอนาคต ที่ผ่านมา แม้โซลาร์เซลล์จะเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจ แต่ต้นทุนการติดตั้งยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม การเปิดให้ลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 200,000 บาท ทำให้ต้นทุนการลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญส่งผลให้เจ้าของบ้านหรือผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้านใหม่หันมาให้ความสำคัญกับบ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากขึ้น

   ในมุมของผู้พัฒนาโครงการ มาตรการนี้ยังช่วยเพิ่ม "คุณค่าเชิงการตลาด" ให้กับโครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะโครงการบ้านแนวราบที่สามารถติดตั้งระบบโซลาร์รูฟได้ง่าย ทำให้โครงการที่มีระบบพลังงานสะอาดกลายเป็นจุดขายสำคัญในการแข่งขัน ในตลาด

   สำหรับผู้บริโภค การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านอยู่อาศัยมีข้อดีหลายด้าน นอกเหนือจากการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีแล้ว ยังช่วยลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว โดยเฉพาะบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันสูง เช่น บ้านที่มีการทำงานแบบ Work from Home หรือมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภท
 
   นอกจากนี้ ระบบโซลาร์รูฟยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหา ริมทรัพย์ในระยะยาว เนื่องจากบ้านที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเองได้บางส่วนจะมีต้นทุนการอยู่อาศัยต่ำกว่า อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวโน้มการอยู่อาศัยแบบรักษ์โลกที่กำลังได้รับความนิยม มากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

   อีกทั้งเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น อายุการใช้งานยาวนานกว่า 20-25 ปี ส่งผลให้การลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์รูฟ กลายเป็นการลงทุนด้านพลังงานที่มีความคุ้มค่าในระยะยาว

   โอกาสใหม่ของผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ

   ในมุมของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโครงการไม่ได้เป็นเพียงการตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความแตกต่างทางธุรกิจในตลาดที่การแข่งขันสูง

   โครงการที่อยู่อาศัยที่มีระบบโซลาร์รูฟติดตั้งให้ลูกบ้านตั้งแต่วันแรก สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการบ้านประหยัดพลังงาน ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

   แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์โลก ที่กำลังมุ่งสู่แนวคิด Green Building และ Low Carbon Housing ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการ พัฒนาเมืองในอนาคต

   "เสนา" เดินเกมถูกทาง ผู้นำบ้านโซลาร์ในไทย

   เมื่อพูดถึงโอกาสทางธุรกิจจากมาตรการกระตุ้นและสนับสนุนให้ประชาชนมีการติดตั้งโซลาร์รูฟในบ้าน มองไปในตลาดอสังหาฯแล้วดูเหมือนว่า บริษัทเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาฯรายแรกที่นำแผงโซลาร์เซล์มาติดตั้งให้กับลูกบ้านอย่างจริงจัง จะเป็นบริษัทอสังหาฯรายแรกๆ ที่เดินมาถูกทาง เพราะตลาดบ้านเขียวคืออนาคตของตลาดอสังหาฯอย่างแท้จริง แต่ที่ผ่านมาภาพการสนับสนุนบ้านเขียวของภาครัฐไม่ชัดเจนนัก แต่หลังจากที่มีการประกาศพระราชกิจจานุเบกษายกเว้นในภาษีสำหรับบ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟในปีนี้ภาพการสนับสนุนตลาดบ้านเขียวก็มีความชัดเจนในที่สุด

   สำหรับการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟนั้น เสนาฯมีพัฒนาการในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด บริษัท Sena Development เดินหน้าขยายบทบาทด้านพลังงานสะอาด หลังได้รับเลือกจาก Macnica ประเทศญี่ปุ่น พร้อมทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ให้ร่วมดำเนิน "โครงการสาธิตการใช้งานเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์ในสภาพอากาศเขตกึ่งร้อน (Demonstration Project of Perovskite Solar Cell System in Subtropical Region)" ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ชนิดเพอรอฟสไกต์(Perovskite Solar Cell-PSC) ที่พัฒนาในญี่ปุ่นถูกนำมาทดสอบจริงในสภาพอากาศของประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจากกลไกเครดิตร่วมของรัฐบาลญี่ปุ่น(Joint Crediting Mechanism-JCM)

   โครงการดังกล่าวดำเนินการโดย SENA Green Energy บริษัทในเครือของเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ร่วมกับบริษัทแม็คนิก้า โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์ ซึ่งคิดค้นโดย Tsutomu Miyasaka ศาสตราจารย์ จาก Toin University of Yokohama ประเทศญี่ปุ่น เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการยอมรับว่าเป็นโซลาร์เซลล์แห่งอนาคต เนื่องจากมีคุณสมบัติบาง เบา ยืดหยุ่น และสามารถผลิตไฟฟ้าได้แม้ในสภาพแสงน้อย รวมถึงติดตั้งได้ในพื้นที่ที่โซลาร์เซลล์แบบดั้งเดิมมีข้อจำกัด

   ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ Sena Development และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SENA Green Energy กล่าวว่า เสนาเป็นบริษัทอสังหาฯรายแรกของไทยที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ลูกบ้านทุกหลัง ก่อนต่อยอดสู่แนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy House) และคอนโดฯโลว์คาร์บอน โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ผ่านการทดลองติดตั้งระบบที่อาคารคลับเฮาส์ โครงการเสนา พาร์ควิลล์ 2 รามอินทรา-วงแหวน เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของระบบในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ซึ่งมีทั้งรังสี UV สูง ความชื้น และฝุ่น PM2.5

   ด้าน นายอะสึชิ ซาโต้ กรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ของ Mac nica กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีและโซลูชันใน 91 แห่ง ครอบคลุม 28 ประเทศทั่วโลก โดยมุ่งนำเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI และ IoT มาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

   ทั้งนี้ โครงการทดลองใช้ Perovskite Solar Cell ในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวในภูมิภาคเอเชีย โดยมีเป้าหมายขยายการใช้พลังงานสะอาดทั้งในภาคที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

  "ความร่วมมือดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ญี่ปุ่นผ่านกลไก Joint Crediting Mechanism (JCM) เพื่อนำเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์แห่งอนาคตมาทดลองใช้ในสภาพอากาศ กึ่งร้อนของประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย"

  ธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์คึกคัก

   ทั้งนี้ การประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีครั้งนี้ยังส่งผลให้ธุรกิจรับติดตั้งโซลาร์เซลล์มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความต้องการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในบ้านพักอาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการในธุรกิจดังกล่าวต้องเร่งพัฒนา ทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานการติดตั้ง และบริการหลังการขาย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

   นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดยังจะช่วยให้ต้นทุนของระบบโซลาร์เซลล์ปรับตัวลดลง ซึ่งจะยิ่งทำให้การติดตั้งโซลาร์รูฟเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น

   ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างปลุกตลาดโซลาร์เซลล์

   ขณะที่บริษัทอสังหาฯ หันมาตื่นตัวและให้ความสำคัญ จากมาตรการดังกล่าว ยักษ์ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างอย่าง "Home Product Center" หรือ "โฮมโปร" และ MegaHome คือรายแรกๆ ที่ออกมาขานรับมาตรการของภาครัฐด้วยการเปิดตัวแคมเปญ "มหกรรมโซลาร์รูฟ" เพื่อกระตุ้นตลาดติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือน ภายใต้บริการ Home Solar บริษัทได้จัดทีม ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจหน้างาน ออกแบบระบบ ยื่นขออนุญาตขนานไฟ ไปจนถึงการออกเอกสาร e-Tax Invoice เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง

   โดยล่าสุด ได้จัดโปรโมชันส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท สำหรับชุดโซลาร์ All in One ขนาด 5 กิโลวัตต์ รวมถึงการ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 60 เดือน เพื่อให้การเข้าถึงพลังงานสะอาดเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภค การกระโดดเข้ามาทำตลาดอย่างร้อนแรงนี้มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในการติดตั้งโซลาร์รูฟ หรือโซลาร์เซลล์

   ทั้งนี้ หากมองในระยะยาว นักวิเคราะห์มองว่าการประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีครั้งนี้จะช่วยเร่งให้ตลาดที่อยู่อาศัยของไทยเข้าสู่ยุค "บ้านพลังงานสะอาด" อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านแนวราบที่มีศักยภาพในการติดตั้งโซลาร์รูฟ พฤติกรรมผู้บริโภคไทยในช่วงหลังเริ่มให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

   หากมาตรการภาครัฐยังคงเดินหน้าสนับสนุนอย่างต่อเนื่องคาดว่าภายใน 5-10 ปีข้างหน้า การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศไทย และสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มปรับตัวก่อนตลาด เช่น เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ อาจเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้เปรียบในระยะยาว เมื่อพลังงานสะอาดกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการอยู่อาศัยในอนาคต
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ