AWC โชว์กำไร Q1 นิวไฮ ดันพอร์ตโรงแรม-คอมเมอร์เชียลโตแรง
Loading

AWC โชว์กำไร Q1 นิวไฮ ดันพอร์ตโรงแรม-คอมเมอร์เชียลโตแรง

วันที่ : 15 พฤษภาคม 2569
"แอสเสท เวิรด์ คอร์ป" เดินหน้าโชว์ศักยภาพพอร์ตอสังหา ริมทรัพย์คุณภาพ หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และกำไรจากการดำเนินงาน รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรม-คอมเมอร์เชียลเติบโตแข็งแกร่ง จากดีมานด์ท่องเที่ยวระดับบนและการขยายโครงการใหม่ต่อเนื่อง
   นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน อยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% โดยทั้ง 3 รายการถือเป็นระดับสูงสุดใหม่ของบริษัท

   โดยปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจเดิม การทยอย รับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในทุกกลุ่มธุรกิจ ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy ที่มุ่งต่อยอดสินทรัพย์คุณภาพในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ

   ขณะเดียวกัน บริษัทยังรักษาความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวม 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E Ratio) อยู่ที่ 0.87 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม สะท้อนศักยภาพรองรับการลงทุนระยะยาว พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2568 ในอัตรา 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7%

   สำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ โดยมีรายได้รวม 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% และมีกำไรจากการดำเนินงาน 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง โดยเฉพาะโรงแรมในเชียงใหม่ กระบี่ และเกาะสมุย

   ทั้งนี้ โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย สามารถทำอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยสูงสุดถึง 33,000 บาทต่อคืน ในเดือนมกราคม 2569 ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของพอร์ตโรงแรมเดิม เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 5,230 บาทต่อคืน

   นอกจากนี้ โรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินการในปี 2568 ได้แก่ มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย, จูบิลี เพรสทีจ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา เริ่มทยอยสร้างรายได้ต่อเนื่อง โดยพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ทำอัตราเข้าพักสูงสุด 74% ส่วนมีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย มีอัตราเข้าพักสูงสุด 83% ในไตรมาสแรก

   ด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีรายได้รวม 1,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% นำโดย "เอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์" ที่ทำ รายได้กว่า 158 ล้านบาทในไตรมาสนี้ สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์สร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ครบวงจร

   ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล มีรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% และมีกำไรจากการดำเนินงาน 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% โดยโครงการ "เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น" ยังเติบโตโดดเด่น จากการพัฒนาโมเดลไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 15% และ EBITDA เพิ่มขึ้น 21%

   ความสำเร็จดังกล่าวมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราเช่าพื้นที่ ค่าเช่าเฉลี่ย และจำนวนผู้ใช้บริการ โดยมีแรงหนุนจากกิจกรรมระดับโลกอย่าง Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

   ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ต่อเนื่อง อาทิ โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท และโครงการลานนา ทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพพอร์ตธุรกิจในระยะยาว

   นอกจากนี้บริษัทยังได้รับการจัดอันดับ Top 1% S&P CSA Score ในรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และได้รับคะแนนอันดับ 1 กลุ่มธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และเรือสำราญ สะท้อนความสำเร็จด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน ESG ระดับโลก ภายใต้ แนวคิด "Building Better Future For All"
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ