บ้านมือสอง-บ้าน7ล้านบ.พุ่ง
Loading

บ้านมือสอง-บ้าน7ล้านบ.พุ่ง

วันที่ : 28 พฤษภาคม 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ คาดตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ชะลอตัวเล็กน้อย โดยจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ลดลง 1.1% และมูลค่าลดลง 2.3% จากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันต้นทุนพลังงาน วัสดุก่อสร้าง และค่าขนส่งเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการรัฐ ทั้งผ่อนคลาย LTV ลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง และ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ยังช่วยพยุงตลาดได้บางส่วน
   นายณรงค์พล ประภานิรินธน์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานการตลาด รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาฯ ปี 69 มีโอกาสหดตัวเล็กน้อย โดยจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ ลดลง 1.1% หรือ 312,814 หน่วย และในเชิงมูลค่าลดลง 2.3% หรือ 845,235 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัสดุก่อสร้าง แต่ยังถือว่าน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากมาตรการรัฐเข้ามาช่วยพยุง ทั้งการต่ออายุมาตรการแอลทีวี การลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึง พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท

   ส่วนของตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 69 คาดการณ์ว่ามีทิศทางที่สอดคล้องกับภาพรวมการโอน โดยมูลค่าสินเชื่อปล่อยใหม่ทั่วประเทศปรับตัวลดลง 1.6% ซึ่งตัวเลขนี้ยังคงขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศและความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ภาพรวมของยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้างรวมทั้งระบบในปัจจุบันยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตไว้ ที่ 5.13 ล้านล้านบาท หรือได้เพิ่มขึ้น 2.4%

   สำหรับภาพรวมสถานการณ์ในไตรมาส 1 ปี 69 ตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวด้านอุปสงค์อย่างชัดเจน โดยมียอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 72,583 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.2% และมีมูลค่ารวม 187,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% ทางด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศก็กลับมาเติบโตเป็นบวกครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้หดตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 66 โดยมีมูลค่ารวม 121,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1%

   ทั้งนี้ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังมีอยู่ แต่ผู้ซื้อมีการปรับพฤติกรรมโดยเลือกขนาดและระดับราคาที่สอดคล้องกับกำลังซื้อจริงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งโต 12.7% และมูลค่า 141,242 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มบ้านมือสองที่ขยายตัวสูงและครองสัดส่วนการโอนในตลาดถึง 67% สวนทางกับกลุ่มระดับราคาเกิน 7 ล้านบาทขึ้นไป ที่ประสบภาวะหดตัวอย่างชัดเจน โดย กรุงเทพฯ ยังคงครองส่วนแบ่งยอดโอนสูงสุด แต่มีลักษณะหน่วยเพิ่มขึ้นแต่มูลค่าลดลง ขณะที่พื้นที่ภูมิภาคอย่างขอนแก่น ระยอง และภูเก็ต มียอดเติบโตอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะภูเก็ตที่มูลค่าโอนพุ่งสูงสุดในประเทศจากอานิสงส์ของตลาดบ้านหรู
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ