เศรษฐกิจระส่ำต่างชาติชะลอซื้อโรงแรม หดเหลือ 7 หมื่นล้าน ดีลยังท่วมตลาด
Loading

เศรษฐกิจระส่ำต่างชาติชะลอซื้อโรงแรม หดเหลือ 7 หมื่นล้าน ดีลยังท่วมตลาด

วันที่ : 10 มิถุนายน 2569
คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ชี้ตลาดโรงแรมไทยปี 2569 ยังเติบโตต่อเนื่อง จากแรงหนุนของอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ
   เศรษฐกิจโลกระส่ำหนัก ฉุดธุรกิจตลาดโรงแรมในประเทศไทย "คอลลิเออร์ส" โบรกเกอร์ข้ามชาติ เปิดสถิตินักลงทุนไทยและต่างชาติ ระมัดระวังการใช้เงิน ชะลอการช็อป คาดการณ์ปี 2569 ปิดดีลเหลือแค่ 7 หมื่นล้านบาท จากทุกปียอดซื้อขายเคยพุ่งสูงกว่า 1 แสนล้านบาท เปิดพิกัดฮอต กทม. ภูเก็ต พัทยา กระบี่ เชียงใหม่ เจ้าสัวใบหยกลุยซื้อ 2 แห่ง สุขุมวิท-สีลม รับท่องเที่ยวฟื้น นายกโรงแรมไทยชี้ดีลท่วมตลาด

   น.ส.กัญญาภัค เวธน์กุลพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดโรงแรมไทยในปี 2569 ยังคงมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของทั้งอัตราการเข้าพักเฉลี่ย และราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวที่เป็นหมุดหมายของชาวต่างชาติ

    รร.เปิดใหม่กว่า 5 พันห้อง

   "ไตรมาส 1/2569 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 75.2% เพิ่มขึ้น 1% ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืนเพิ่มจาก 4,438 บาทต่อคืน อยู่ที่ 4,576 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 3.17% สะท้อนผู้ประกอบการโรงแรมยังมีความสามารถปรับราคาได้ แม้ภาพรวมจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลง 2%"

   ด้านอุปทานใหม่คาดว่าปี 2569-2571 จะเข้าสู่ตลาดมากกว่า 5,000 ห้อง ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ลักเซอรี่ระดับนานาชาติและอยู่ใน 3 ทำเลหลัก ได้แก่ 1. เพลินจิต หลังสวน และถนนวิทยุ ศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ 2.เจริญกรุงและยานนาวา พื้นที่ริมแม่นํ้าเจ้าพระยาที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นจากการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส 3.แนวรถไฟฟ้า โซนรัชดาฯ และพระราม 9 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการ

   ตลาดซื้อขาย 7 หมื่นล้าน

   น.ส.กัญญาภัคกล่าวว่า สำหรับภาพรวมการซื้อขายโรงแรมในปีนี้คาดว่าจะชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ปีละกว่า 1 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโลกและผลจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนต่างชาติและชาวไทยระมัดระวังการลงทุนและใช้เวลาปิดดีลซื้อขายนานขึ้น ไม่เหมือนช่วง 3-4 ปีที่แล้ว ที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือคึกคัก

   "การซื้อขายที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ใน 5 เมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา กระบี่ เชียงใหม่ โดยนักลงทุนสนใจขนาดตั้งแต่ 500-1,000 ล้านบาท ขณะที่ราคาซื้อขายสูงขึ้น หลังการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังโควิด ล่าสุดเราทำดีลให้อยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะภูเก็ตและพัทยาที่ฮอตมาก ๆ"

   ทุนต่างชาติ-ไทยชะลอช็อป

   แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจโรงแรมกล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะเอเชีย เช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ให้ความสนใจซื้อโรงแรมในไทย ล่าสุดกำลังมีดีลใหญ่มูลค่า 2,500 ล้านบาท ย่านสุขุมวิทตอนกลาง รวมถึงพัทยามีนักลงทุนญี่ปุ่นสนใจจะซื้อ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนไทยที่ยังคงเดินหน้าซื้อมีไม่กี่ราย เช่น บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป หรือ AWC แต่จะซื้อในทำเลที่มีศักยภาพและในราคาที่ไม่สูงมาก เพื่อนำมาปรับปรุงรีโนเวตใหม่

   "ช่วงวิกฤตโควิดธุรกิจโรงแรมซื้อขายเปลี่ยนมือกันเยอะและราคาค่อนข้างถูก เพราะธุรกิจได้รับผลกระทบหนัก พอท่องเที่ยวฟื้นราคาซื้อขายก็ปรับตัวสูงขึ้น จนถึงปัจจุบันแม้ภาพรวมซื้อขายจะชะลอตัวไปบ้างจากภาวะเศรษฐกิจโลก แต่เชื่อว่าปีนี้ยังมีดีลซื้อขายเกิดขึ้น"

   แหล่งข่าวกล่าวว่า ดีลซื้อขายใหญ่ ๆในช่วงปีที่ผ่านมามีโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ยังมีโรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ พระราม 3 ขายให้กับบริษัท เบญจสิริ ปาร์ค เจ้าของโรงแรมย่านสุขุมวิท วงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท

   ใบหยกทุ่มซื้อ 2 แห่ง

   นายพันธ์เลิศ ใบหยก ประธานกรรมการเครือโรงแรมใบหยก กล่าวว่า ได้เข้าซื้อกิจการโรงแรมเข้ามาในพอร์ตเพิ่ม 2 แห่ง เพื่อปรับปรุงใหม่ ได้แก่ โรงแรมย่านสุขุมวิท ซอย 13 จำนวน 50 ห้อง ซึ่งกลุ่มใบหยกได้ซื้อกิจการมาเมื่อไม่นานมานี้ จะปรับปรุงใหม่ภายใต้ชื่อ "โฮเทล มูนไลท์" คาดว่าจะเปิดบริการปลายปีนี้และซื้อกิจการโรงแรมย่านสีลม ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดแขก เป็นโรงแรมขนาด 70 ห้อง โดยจะปรับปรุงใหม่ อยู่ระหว่างทำรายละเอียดชื่อและการปรับปรุง

  "การเข้าซื้อกิจการโรงแรมทั้ง 2 แห่ง เพื่อต้องการให้มีการบริการครอบคลุมในแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ และรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากปัจจุบันมีโรงแรมในย่านรัชดาฯ ประตูน้ำ ต่อไปจะมีสุขุมวิท และสีลม และน่าจะมีอีกหลายแห่งตามมา"

   ดีลซื้อ-ขายยังท่วมตลาด

   นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันสถานการณ์การซื้อ-ขายโรงแรมในประเทศไทยยังมีการติดต่อสอบถามอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งรูปแบบการซื้อ-ขายและการเช่า ส่วนในตลาดมีมูลค่าการซื้อขายมากน้อยแค่ไหนนั้นทางสมาคมโรงแรมไม่มีข้อมูล เนื่องจากการซื้อขายที่สำเร็จแล้วไม่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

   "ส่วนตัวเชื่อว่าในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีจะเป็นโอกาสของนักลงทุน เพราะเจรจาต่อรองและกดราคาได้ ขณะที่เจ้าของโรงแรมบางส่วนอาจถูกบังคับให้ขาย เพราะปัญหาด้านกระแสเงินสดในช่วงเศรษฐกิจซบเซา"

  ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่ในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี รายหนึ่ง กล่าวว่า พัทยาเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งทุนใหญ่ของประเทศไทยและทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวหลากหลายตลาดและอยู่ใกล้กรุงเทพฯ โดยจะพบว่าแม้เศรษฐกิจขณะนี้จะไม่ค่อยดีนัก แต่ยังมีการลงทุนใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบการลงทุนใหม่และซื้อโรงแรมเก่ามาพัฒนาต่อยอด

   "เท่าที่เห็นส่วนใหญ่นักลงทุนยังโฟกัสจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ๆ เช่น กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต กระบี่ สมุย ฯลฯ และการลงทุนใหม่ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโรงแรมในระดับ 4 ดาวขึ้นไป รวมถึงโรงแรมที่เป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ" แหล่งข่าวกล่าว