SIRI ลุยปั้นพอร์ตธุรกิจพรีคาสท์ คว้า 4 ลูกค้าใหม่ พัฒนาโครงการมูลค่า 130 ล้าน
วันที่ : 11 กันยายน 2569
SIRI ดันธุรกิจพรีคาสท์โตแกร่ง ล่าสุดคว้า 4 ลูกค้าใหม่เติมพอร์ต พัฒนาโครงการมูลค่า 130 ล้านบาท ช่วยปลดล็อกกลุ่ม SME อัพสกิลการแข่งขันด้วยต้นทุนที่คุ้มค่า-ส่งมอบตามเวลา
นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า แสนสิริตอกย้ำภาพผู้นำอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปคาร์บอนต่ำ ล่าสุดประกาศความสำเร็จในการคว้า 4 พันธมิตรผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับภูมิภาครายใหม่ รวมมูลค่าพัฒนาโครงการกว่า 130 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพรีคาสท์คาร์บอนต่ำ และโมเดล One-Stop Precast Solution เพื่อเสริมแกร่งศักยภาพกลุ่มผู้ประกอบการและ SME ในการคุมต้นทุน ก่อสร้างได้เร็วขึ้นถึง 50% และส่งมอบงานตรงตามเวลา
ขณะที่การผนึกกำลังครั้งสำคัญนี้ เป็นการผสานศักยภาพและจุดแข็งของแสนสิริในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตพรีคาสท์ กับความเชี่ยวชาญและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ของทั้ง 4 พันธมิตร ได้แก่ เอส สเปซ พร็อพเพอร์ตี้, กราวิตี้ แอสเสท, นครทอง เฮ้าส์ แอนด์ เรียลเอสเตท และ กนกศิริแกรนด์วิลล์ เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยยุคใหม่ที่เน้นความแข็งแกร่ง แม่นยำ และรวดเร็ว ครอบคลุมการพัฒนาโครงการระดับพรีเมียมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โครงการบ้านแฝดและทาวน์โฮม, โครงการพูลวิลล่า (Pool Villa), โครงการทาวน์โฮม ตลอดจนโครงการบ้านเดี่ยว ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยได้อย่างครอบคลุมทุกเซกเมนต์
ทั้งนี้ ท่ามกลางความท้าทายของต้นทุนค่าวัสดุ ค่าแรงปรับตัวสูง และปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือในระบบก่ออิฐฉาบปูนแบบดั้งเดิม ส่งผลให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ และตลาดรับสร้างบ้านยุคใหม่เบนเข็มสู่ระบบพรีคาสท์เต็มรูปแบบ เพื่อลดระยะเวลาก่อสร้าง ควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลาย แก้ปัญหา defect ระยะยาว และเร่งระยะเวลาโอนกรรมสิทธิ์ได้เร็วยิ่งขึ้น
แสนสิริจึงใช้จุดแข็งของโรงงานพรีคาสท์คาร์บอนต่ำที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล เข้าไปเป็น Strategic Solution Partner ปลดล็อกขีดจำกัดให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SMEs) ที่ไม่มีโรงงานผลิตของตนเอง ให้สามารถแข่งขันในตลาดด้วยต้นทุนที่คุ้มค่าสูงสุด ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเตรียมต่อยอดขยายความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น พื้นที่ EEC และต่างจังหวัด ด้วยโครงสร้างราคาที่แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในตลาด B2B
นอกจากนี้ แสนสิริ ยังตอกย้ำจุดยืนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการคว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 (Green Industry Level 4) ปี 2569 จากกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งเป็นการยกระดับความสำเร็จขึ้นไปอีกขั้น หลังจากที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 3 (Green Industry Level 3: ระบบสีเขียว) มาอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2565-2568
ขณะที่การผนึกกำลังครั้งสำคัญนี้ เป็นการผสานศักยภาพและจุดแข็งของแสนสิริในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตพรีคาสท์ กับความเชี่ยวชาญและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ของทั้ง 4 พันธมิตร ได้แก่ เอส สเปซ พร็อพเพอร์ตี้, กราวิตี้ แอสเสท, นครทอง เฮ้าส์ แอนด์ เรียลเอสเตท และ กนกศิริแกรนด์วิลล์ เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยยุคใหม่ที่เน้นความแข็งแกร่ง แม่นยำ และรวดเร็ว ครอบคลุมการพัฒนาโครงการระดับพรีเมียมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โครงการบ้านแฝดและทาวน์โฮม, โครงการพูลวิลล่า (Pool Villa), โครงการทาวน์โฮม ตลอดจนโครงการบ้านเดี่ยว ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยได้อย่างครอบคลุมทุกเซกเมนต์
ทั้งนี้ ท่ามกลางความท้าทายของต้นทุนค่าวัสดุ ค่าแรงปรับตัวสูง และปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือในระบบก่ออิฐฉาบปูนแบบดั้งเดิม ส่งผลให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ และตลาดรับสร้างบ้านยุคใหม่เบนเข็มสู่ระบบพรีคาสท์เต็มรูปแบบ เพื่อลดระยะเวลาก่อสร้าง ควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลาย แก้ปัญหา defect ระยะยาว และเร่งระยะเวลาโอนกรรมสิทธิ์ได้เร็วยิ่งขึ้น
แสนสิริจึงใช้จุดแข็งของโรงงานพรีคาสท์คาร์บอนต่ำที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล เข้าไปเป็น Strategic Solution Partner ปลดล็อกขีดจำกัดให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SMEs) ที่ไม่มีโรงงานผลิตของตนเอง ให้สามารถแข่งขันในตลาดด้วยต้นทุนที่คุ้มค่าสูงสุด ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเตรียมต่อยอดขยายความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น พื้นที่ EEC และต่างจังหวัด ด้วยโครงสร้างราคาที่แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในตลาด B2B
นอกจากนี้ แสนสิริ ยังตอกย้ำจุดยืนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการคว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 (Green Industry Level 4) ปี 2569 จากกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งเป็นการยกระดับความสำเร็จขึ้นไปอีกขั้น หลังจากที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 3 (Green Industry Level 3: ระบบสีเขียว) มาอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2565-2568
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ